สายด่วนเสียงคุ้นขอเงินฉุกเฉินอาจเป็น AI ปลอมเสียง รู้ทันกลลวงและวิธีป้องกันครอบครัว
เพียงเสียงพูดไม่กี่วินาที มิจฉาชีพก็ใช้ AI เลียนเสียงลูกหรือพ่อแม่โทรมาขอเงินฉุกเฉินได้ บทความนี้แกะสคริปต์กลลวงเสียงปลอม สัญญาณเตือน และวิธีป้องกันด้วยรหัสลับครอบครัว
สรุปบทความนี้ด้วย
เที่ยงคืนกว่า เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หน้าจอโชว์เบอร์ของลูกสาว ปลายสายเป็นเสียงลูกร้องไห้ "แม่ หนูขับรถชนคน เขาจะเอาเงินห้าหมื่น ไม่งั้นจะแจ้งตำรวจจับหนู แม่รีบโอนมา อย่าบอกพ่อนะ!" ทั้งน้ำเสียง สำเนียง และวิธีเรียกแม่ เหมือนลูกสาวทุกอย่าง มือของคุณแม่สั่น เกือบเปิดแอปธนาคารโอนเงินแล้ว โชคดีที่คุณพ่อตะโกนว่า "วางสายก่อน เดี๋ยวพ่อวิดีโอคอลหาลูกเอง!" พอวางสาย เงินห้าหมื่นก็รอด "ลูกสาว" ในสายนั้น ที่จริงคือเสียงที่ AI สังเคราะห์จากเสียงพูดเพียงไม่กี่วินาที
มิจฉาชีพ "ขโมย" เสียงคนในครอบครัวได้อย่างไร
ขั้นตอนเตรียมการง่ายกว่าที่คิด มิจฉาชีพเก็บเสียงเป้าหมายเพียงไม่กี่วินาทีจากคลิปสั้น ข้อความเสียงในกลุ่มไลน์ หรือแม้แต่สาย "โทรผิด" ครั้งก่อน แล้วป้อนให้เครื่องมือเลียนเสียง AI สร้างเป็น "เสียงอิเล็กทรอนิกส์" ที่เหมือนจนแยกไม่ออก จากนั้นปลอมหมายเลขต้นทางให้โชว์เป็นเบอร์ของคนในครอบครัว แล้วเปิดฉากละคร "อุบัติเหตุ" "โดนตำรวจจับ" หรือ "โดนเรียกค่าไถ่" นอกจากแอบอ้างเป็นลูกหลานหรือพ่อแม่ สคริปต์ยอดฮิตยังมีแอบอ้างเป็นเจ้านายสั่ง "โอนด่วนให้ลูกค้า" แอบอ้างเป็นครูแจ้งว่า "เด็กบาดเจ็บต้องจ่ายค่าผ่าตัดก่อน" หรือแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ว่าญาติ "พัวพันคดีต้องวางเงินประกัน" เปลี่ยนเรื่องไปกี่แบบ จุดจบเหมือนกันอย่างเดียว คือให้คุณโอนเงินตอนที่กำลังตกใจที่สุด
สัญญาณเตือนสี่ข้อ ได้ยินแล้วต้องเอะใจ
ข้อหนึ่ง เร่งด่วนสุดขีดและห้ามบอกใคร "รีบโอน ไม่งั้นไม่ทันแล้ว" "อย่าบอกใครเด็ดขาด" ความเร่งบวกการปิดปากคือสูตรมาตรฐานของมิจฉาชีพ เพื่อไม่ให้คุณมีเวลาตรวจสอบ
ข้อสอง ปฏิเสธการพิสูจน์ตัวตนแบบเห็นหน้า อ้างว่า "วิดีโอคอลไม่ได้" "กล้องเสีย" "อยู่ที่โรงพักเปิดกล้องไม่ได้" เพราะแค่เห็นหน้าความก็แตก
ข้อสาม เสียงมีพิรุธเล็ก ๆ ที่ฟังออก เสียง AI ในประโยคสั้น ๆ เหมือนมาก แต่ฟังดี ๆ จะพบว่าเสียงเรียบเกินไป เสียงร้องไห้ต่อกับเสียงพูดไม่เนียน ประโยคยาว ๆ หยุดวรรคตอนแปลก ๆ และพอถามคำถามไม่คาดคิดอย่าง "ครูประจำชั้นตอนประถมชื่ออะไร" ก็ตอบไม่ตรงคำถามหรือเลี่ยงไปเรื่องอื่น
ข้อสี่ ช่องทางรับเงินมีพิรุธ ให้โอนไปบัญชีคนไม่รู้จัก ให้จ่ายด้วยคริปโต ให้โอนผ่านพร้อมเพย์ไปบัญชีแปลก ๆ หรือให้ซื้อบัตรเติมเงินหรือบัตรของขวัญแล้วแจ้งรหัส ขั้นตอนราชการ ค่าประกันตัว และค่ารักษาพยาบาลของจริง ไม่มีแบบไหนเก็บเงินอย่างนี้
สี่ขั้นตอนป้องกันเงินของครอบครัว
ขั้นตอนแรก วางสายก่อน แล้วโทรกลับเอง วางสายที่ทำให้ใจเต้นแรง แล้วกดเบอร์ของคนในครอบครัวจากรายชื่อในเครื่องโทรกลับไป หรือวิดีโอคอลหากันตรง ๆ คนที่เดือดร้อนจริง ทนรอการตรวจสอบหนึ่งนาทีได้เสมอ
ขั้นตอนที่สอง ตรวจสอบผ่านอีกช่องทาง นอกจากโทรกลับ ลองถามในกลุ่มไลน์ครอบครัว หรือติดต่อเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมชั้น หรือครูของคนคนนั้น มิจฉาชีพคุมได้แค่สายเดียว คุมทุกช่องทางติดต่อของคุณไม่ได้
ขั้นตอนที่สาม ตั้งรหัสลับประจำครอบครัว ตกลงกันล่วงหน้าว่าเป็นคำที่รู้กันเฉพาะในบ้าน เช่น "ชื่อหมาที่บ้านยายบวกวันเกิดแม่" พอมีสายขอความช่วยเหลือ ให้ถามรหัสก่อน ตอบไม่ได้คือมิจฉาชีพ สอนข้อนี้ให้ผู้สูงอายุที่บ้าน ได้ผลกว่าแอปบล็อกสายสิบแอป
ขั้นตอนที่สี่ ไม่โอนเงินขณะคุยโทรศัพท์ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะพูดน่ากลัวแค่ไหน "วางสายก่อน ตรวจสอบแล้วค่อยว่ากัน" และอย่าบอกรหัส OTP กับใครระหว่างคุยสาย อย่าโอนตามคำสั่งในสาย เพราะ OTP หลุดไปครั้งเดียว เงินในบัญชีอาจหายเกลี้ยงในไม่กี่นาที
รับสายต้องสงสัยหรือโอนไปแล้ว ต้องทำอย่างไร
ถ้าแค่รับสายแต่ยังไม่โอน แจ้งเบาะแสที่สายด่วนตำรวจ 191 หรือระบบแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมแจ้งค่ายมือถือที่ใช้อยู่ ทั้ง AIS, True, DTAC และ NT ให้ตรวจสอบหมายเลข แล้วบล็อกเบอร์นั้นในเครื่อง หากถูกก่อกวนซ้ำ ๆ ร้องเรียนต่อ กสทช. ในฐานะผู้กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมได้
ถ้าโอนไปแล้ว รีบติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชีทันที ทั้ง Bangkok Bank, Kasikorn, SCB หรือธนาคารที่ใช้อยู่ เพื่อขออายัดและสกัดกั้นรายการโอน แล้วรีบแจ้งความที่สถานีตำรวจหรือทางออนไลน์ เก็บหลักฐานทุกอย่าง ทั้งเบอร์ต้นทาง บันทึกการโทร สลิปโอนเงิน และภาพหน้าจอข้อความ ยิ่งแจ้งเร็ว โอกาสสกัดเงินยิ่งสูง และอย่าหลงกลซ้ำสองที่อ้างว่าจ่ายค่าธรรมเนียมแล้วจะได้เงินคืน นั่นก็คือมิจฉาชีพกลุ่มเดิม
ส่งต่อให้คนที่รับสายด้วยหัวใจ
กลลวงเสียงปลอมพุ่งเป้าไปที่คนรักลูกที่สุด พ่อแม่ และคนหนุ่มสาวที่เพิ่งมีลูก เทคโนโลยีทำให้เสียงไว้ใจไม่ได้อีกต่อไป แต่เกราะสามชั้น "วางสายโทรกลับเอง ตรวจสอบอีกช่องทาง รหัสลับครอบครัว" ยังใช้ได้เสมอ คืนนี้ใช้เวลาห้านาที ตั้งรหัสลับกับคนในบ้านเถอะ
แหล่งข้อมูลและการตรวจสอบ
ตรวจสอบแล้ว:
ระบบเลขหมาย เครื่องมือของผู้ให้บริการ และขั้นตอนการแจ้งเหตุอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนกับหน่วยงานทางการตามลิงก์
รายละเอียดบทความ
เนื้อหาบรรณาธิการที่ตรวจสอบโดย NoCall พร้อมบริบทเชิงปฏิบัติเพื่อสังเกตสายและข้อความที่น่าสงสัย
ได้รับสายที่น่าสงสัยหรือไม่?
ค้นหาหมายเลขใน NoCall ก่อนแชร์ข้อมูล โทรกลับ หรือคลิกลิงก์ใดๆ
ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์หรือชื่อบริษัท (Kasikornbank, AISและTrueMove H...) เพื่อตรวจสอบว่ามีการรายงานว่าเป็นสแปมหรือไม่

