กติกาใหม่ กสทช.: SMS จากชื่อผู้ส่งที่ไม่ได้ลงทะเบียนถูกห้าม และต่างชาติมีซิมได้ไม่เกิน 3 เบอร์ต่อค่าย
ประกาศ กสทช. ที่มีผลตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม 2568 ห้ามผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนชื่อผู้ส่ง (Sender Name) ส่ง SMS ถึงลูกค้า ให้ตรวจลิงก์ก่อนส่ง และจํากัดซิมของชาวต่างชาติไม่เกิน 3 เบอร์ต่อคนต่อค่าย แต่ SMS หลอกลวงยังหลุดมาได้ จึงต้องตรวจเองก่อนกดลิงก์ทุกครั้ง
สรุปบทความนี้ด้วย
สํานักงาน กสทช. ออกประกาศเรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสําหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2568 และมีผลบังคับใช้แล้ว สาระสําคัญที่ผู้ใช้มือถือควรรู้คือ ผู้ให้บริการ SMS ต้อง ห้ามผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนชื่อผู้ส่ง (Sender Name) ส่งข้อความถึงลูกค้า และต้องตรวจลิงก์ก่อนส่ง ส่วนชาวต่างชาติลงทะเบียนเบอร์ได้ ไม่เกิน 3 เลขหมายต่อคนต่อค่าย โดยใช้พาสปอร์ตเท่านั้น
ประกาศนี้มีผลเมื่อไร?
InfoQuest รายงานว่าประกาศเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 29 ส.ค. 2568 และมีผลตั้งแต่ 30 ส.ค. 2568 ขณะที่ ไทยรัฐ ระบุวันเผยแพร่ต่างออกไปเล็กน้อย (ต้นเดือนกันยายน 2568) ไม่ว่าวันใด มาตรการทั้งหมดบังคับใช้แล้วในปัจจุบัน ผู้ที่ประกาศเรื่องนี้ต่อสื่อคือ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ตามรายงานของ กรุงเทพธุรกิจ
กฎเรื่อง SMS ชื่อผู้ส่งเปลี่ยนอะไรบ้าง?
มาตรการนี้ใช้กับ SMS แบบที่ส่งจากระบบหรือแอปพลิเคชันถึงผู้บริโภค (A2P) เช่น ข้อความจากธนาคาร ร้านค้า หรือบริการขนส่ง ซึ่งจะแสดงเป็นชื่อแทนเบอร์โทร ผู้ให้บริการต้อง:
- ห้ามผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียน Sender Name ส่งข้อความ ถึงลูกค้า
- ตรวจสอบความถูกต้องของลิงก์ที่แนบในข้อความทุกครั้ง ก่อนส่งถึงปลายทาง ตามเงื่อนไขที่ สํานักงาน กสทช. กําหนด
เห็น SMS จากชื่อผู้ส่งแปลก ๆ แปลว่าอะไร?
กฎนี้เป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการ ไม่ได้รับประกันว่าคุณจะไม่ได้รับ SMS หลอกลวงอีก ชื่อผู้ส่งที่ดูคุ้นตาก็ไม่ใช่หลักฐานว่าข้อความนั้นจริง และข้อความหลอกลวงอาจมาจากเบอร์มือถือธรรมดาแทนชื่อผู้ส่งก็ได้ ข้อควรปฏิบัติ:
- ไม่กดลิงก์ใน SMS ที่เร่งให้รีบทํา เช่น แจ้งว่าบัญชีถูกระงับ พัสดุตกค้าง หรือได้รับเงินคืน
- เข้าแอปหรือเว็บไซต์ของหน่วยงานเอง แทนการกดจากลิงก์
- ไม่ให้รหัส OTP หรือรหัสผ่านกับใคร แม้ข้อความจะดูเหมือนมาจากธนาคาร
- ถ้าชื่อผู้ส่งสะกดแปลก ปนตัวเลข หรือไม่ตรงกับชื่อที่หน่วยงานนั้นใช้ประจํา ให้ถือว่าน่าสงสัยไว้ก่อน
กฎซิมของชาวต่างชาติเป็นอย่างไร?
ตามประกาศ:
- ชาวต่างชาติลงทะเบียนเบอร์มือถือได้ ไม่เกิน 3 เลขหมายต่อคนต่อผู้ให้บริการ 1 ราย
- ต้องใช้ หนังสือเดินทาง (Passport) ยืนยันตัวตนเท่านั้น
- ซิมนักท่องเที่ยว (Tourist SIM) ใช้ได้ไม่เกิน 60 วัน เติมเงินเพื่อขยายเวลาไม่ได้ ถ้าจะใช้ต่อต้องยืนยันตัวตนใหม่
ถ้าคุณเป็นชาวต่างชาติที่ทํางานหรืออยู่อาศัยในไทย ควรตรวจว่าจํานวนเบอร์ในชื่อคุณไม่เกินเกณฑ์ และติดต่อค่ายมือถือหากมีเบอร์ที่ไม่ได้ใช้แล้ว
คนไทยต้องยืนยันตัวตนซิมใหม่ไหม?
ประกาศกําหนดให้ ผู้ให้บริการ ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลการลงทะเบียน โดยผู้ลงทะเบียนใหม่ต้องตรวจให้เสร็จภายใน 7 วัน ผู้ที่ลงทะเบียนตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567 ภายใน 90 วัน และผู้ลงทะเบียนก่อนปี 2567 ภายใน 1 ปี ถ้าค่ายมือถือติดต่อให้ยืนยันตัวตน ให้ตรวจสอบผ่านช่องทางทางการของค่ายเองเสมอ ไม่ใช่ลิงก์ที่ส่งมาทาง SMS
ถ้าอยากรู้ว่ามีเบอร์ในชื่อคุณกี่เบอร์ ใช้ แอป 3 ชั้น ของ สํานักงาน กสทช. ซึ่งตรวจจํานวนเบอร์ แจ้งเบอร์แปลกปลอม และล็อกไม่ให้คนอื่นนําบัตรประชาชนไปเปิดซิมใหม่ได้
มีมาตรการอะไรอีกในประกาศเดียวกัน?
- คัดกรองผู้ใช้ที่ผิดปกติ จากจํานวนครั้งที่โทรออก พื้นที่โทร ข้อมูลลูกค้า และอุปกรณ์ เพื่อพิจารณาระงับบริการ
- ระงับบริการตามคําสั่ง กสทช. ค่ายมือถือต้องระงับทันทีหรือภายใน 24 ชั่วโมง ผู้ให้บริการประเภทอื่นภายใน 3 วัน
- ห้ามเชื่อม SIM Box หรือ Gateway ที่รองรับตั้งแต่ 4 ซิมขึ้นไปเข้ากับโครงข่าย เว้นแต่ลงทะเบียนกับ สํานักงาน กสทช. แล้ว
- เติม +697 และ +698 หน้าเบอร์ที่โทรจากต่างประเทศ และต้องมีระบบให้ปฏิเสธสายจากต่างประเทศ ผู้ใช้เปิดบริการปฏิเสธสายต่างประเทศได้โดยกด *138*1# แล้วโทรออก ตามคําแนะนําของ กสทช. ที่ ผู้จัดการออนไลน์รายงาน
ถ้ากดลิงก์หรือโอนเงินไปแล้วต้องทําอย่างไร?
- ติดต่อธนาคารทันทีเพื่อระงับบัญชีหรือบัตร
- โทร สายด่วน AOC 1441 (ตลอด 24 ชั่วโมง) กด 1 เพื่อแจ้งระงับบัญชีที่ต้องสงสัย ตาม ข้อมูลจากกระทรวงดิจิทัลฯ
- แจ้งความออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th
แอประบุสายเรียกเข้าและข้อความอย่าง NoCall ช่วยให้เห็นว่าเบอร์นั้นเคยถูกรายงานแล้วหรือไม่ แต่การไม่กดลิงก์ใน SMS ยังเป็นวิธีป้องกันที่ได้ผลที่สุด
แหล่งข้อมูลและการตรวจสอบ
ตรวจสอบแล้ว:
- InfoQuest – กสทช. เข้ม 8 มาตรการสกัดอาชญากรรมไซเบอร์ คุ้มครองผู้ใช้งานมือถือ
- ไทยรัฐ – กสทช. ออก 8 มาตรการใหม่ป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี คุมเข้มซิม SMS เบอร์ต่างชาติ
- กรุงเทพธุรกิจ – กสทช. ออกมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
- The Nation – New NBTC law tightens rules on SIMs, SMS and foreign calls effective immediately
- ผู้จัดการออนไลน์ – กสทช.เตือนสังเกตสายโทรเข้าเบอร์นําหน้า “+” แนะกด *138*1#
- InfoQuest – AOC 1441 ยันไม่มีนโยบายติดต่อกลับผู้เสียหาย
- App Store – 3 ชั้น (Office of the NBTC)
ระบบเลขหมาย เครื่องมือของผู้ให้บริการ และขั้นตอนการแจ้งเหตุอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนกับหน่วยงานทางการตามลิงก์
รายละเอียดบทความ
เนื้อหาบรรณาธิการที่ตรวจสอบโดย NoCall พร้อมบริบทเชิงปฏิบัติเพื่อสังเกตสายและข้อความที่น่าสงสัย
ได้รับสายที่น่าสงสัยหรือไม่?
ค้นหาหมายเลขใน NoCall ก่อนแชร์ข้อมูล โทรกลับ หรือคลิกลิงก์ใดๆ
ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์หรือชื่อบริษัท (Kasikornbank, AISและTrueMove H...) เพื่อตรวจสอบว่ามีการรายงานว่าเป็นสแปมหรือไม่

